ประวัติขนมไทย

History of Thai desserts

ประวัติขนมไทย

ประวัติขนมไทย ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีดหตุผลเป็นความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ผู้ทรงเป็นพระเจ้าน้องยาเธอในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้พูดและกล่าวไปว่า ในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีเครื่องตั้งสำรับหวานสำหรับพระสงฆ์ ๒,๐๐๐ รูป ประกอบด้วย ขนมฝอย ขนมไส้ไก่ ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิง กล้วย ฝอยทอง ฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยา และขนมตะไล

เป็นการร้องกาพย์โครงกลอนว่า บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้กล่าวชมเครื่องหวานหรือขนมไทยหลายชนิดด้วยกันเช่น ข้าวเหนียวสังขยา ขนมลำเจียก ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมผิง ขนมรังไร ขนมช่อม่วง ขนมบัวลอย ขนมที่มีรสที่อร่อยระไม สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เลยมีการตีพิมพ์และได้กระจายออกไปว่า การทำขนมไทยก็เป็นหนึ่งในตำราอาหารไทยนั้น จึงนับได้ว่าการทำขนมไทยและวัฒนธรรมขนมไทย

เริ่มมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างมีระบบระเบียบในสมัยรัชกาลที่ ๕ นี้เอง แม่ครัวหัวป่าเป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในตำราอาหารไทยเล่มนี้ปรากฏรายการสำรับของหวานเลี้ยงพระอันประกอบด้วย ขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ข้าวเหนียวแก้ว ขนมลืมกลืน วุ้นผลมะปราง ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าคนไทยนิยมทำขนมใช้ในงานบุญ ซึ่งก็เป็นแบบแผนต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

ขนมไทยมีความหมายว่าอย่างไร

คำว่าขนมนั้น เหมือนกันผสมกับ ข้าวและนม ร่วมกันนั้นเป็นขนมนั้นเอง เข้าใจว่าเป็นข้าวผสมน้ำอ้อย น้ำตาล โดยอนุโลมคำว่าหนม แปลว่า หวาน ข้าวหนม ก็แปลว่า ข้าวหวาน เรียกสั้นๆ เร็วๆ ก็กลายเป็น ขนม ไป ส่วนที่ว่ามาจากข้าวนม ข้าวเคล้านม นั้นดูจะเป็นตำนานแขกโบราณนั้นเอง อย่างข้าวมธุปายาส ที่นางสุชาดาทำถวายพระพุทธเจ้าเมื่อตอนตรัสรู้ก็ว่าเป็นข้าวหุงกับนม

คำว่า ขนม มีผู้คนใช้คำนี้มามากมายหลายร้อยปีเลยก็ว่าได้ จนใช้มาถึงในปัจจุบันนี้ เช่นเดียวกับไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่า “ขนมไทย” เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยใดเป็นครั้งแรก แต่ตามประวัติศาสตร์ไทยมีหลักฐานตอนหนึ่งว่า มีการจารึกชื่อขนมในแท่งศิลาจารึก เป็นการบันทึกแบบโบราณ ขนมที่ปรากฏคือ “ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อ” ถามผู้ใหญ่ดูถึงได้รู้ว่า ไข่กบ หมายถึง เม็ดแมงลัก นกปล่อย หมายถึง ลอดช่อง บัวลอย หมายถึง ข้าวตอก อ้ายตื้อ หมายถึง ข้าวเหนียว ขนมทั้งสี่ใช้น้ำกระสายอย่างเดียวกันคือ “น้ำกะทิ”

โดยใช้ถ้วยใส่ขนม ซึ่งเราเรียกการเลี้ยงขนม 4 อย่างนี้ว่า ประเพณี 4 ถ้วย อย่างไรประเทศไทยนั้นก็ถือว่าขนมเป็นวัฒนธรรมของเราชาวคนไทย ไม่ว่าจะเป็นขนมคาวและขนมหวาน ได้รับความนิยมจนมากถึงในปัจจุบันนี้ ขนมประเภทที่ใช้ข้าว (แป้ง) น้ำตาล มะพร้าว คงจะมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เพราะมีการติดต่อกับต่างประเทศ กล่าวว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

มีท่านผู้หญิงของเจ้าพระยาวิชาเยนชร์บรรดาศักดิ์ “ท้าวทองกีบม้า” ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับชาวพนักงานของหวาน ได้ประดิษฐ์คิดค้นขนมตระกูลทองเพราะมีไข่ผสมคือ ทองหยิบ ทองหยอด ทองพลุ ฝอยทอง ทองโปร่ง เป็นต้น

Related Post

การบูลลี่คืออะไร วิธีที่จะรับมือจากการโดนบูลลี่การบูลลี่คืออะไร วิธีที่จะรับมือจากการโดนบูลลี่

หลายๆคน อาจจะเคยได้ยินคำว่า บูลลี่ แต่บางคนอาจจะรู้ความหมาย แต่บางคนก็อาจจะไม่รู้ว่าการบูลลี่นั่นหมายถึงอะไร เคยได้ยินแต่เขาพูดถึงกัน การบูลลี่นั้นก็คือการกลั่นแกล้งที่แสดงออกด้วยคำพูด หรือ พฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อผู้อื่น ซึ่งมักเกิดขึ้นในสังคมที่มีช่องว่างระหว่างผู้ที่มีพละกำลัง หรืออำนาจมากกว่าแสดงออกแก่ผู้ที่อ่อนแอกว่า และมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยพบการบูลลี่ในโรงเรียน และในที่ทำงานมาก นำไปสู่ปัญหาสภาพทางจิตใจ ที่ร้ายแรงได้ในอนาคต นั่นเอง วันนี้เราจึงนำบทความ การบูลลี่คืออะไร วิธีที่จะรับมือจากการโดนบูลลี่ มาฝากทุกคน เพื่อทุกคนจะได้รู้เอาไว้ว่าการบูลลี่นั้นเป็นอย่างไร เป็นสิ่งดีหรือไม่ เป็นสิ่งที่ควรทำไหม ลักษณะการบูลลี่ในโลกที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ประกอบด้วย 2 เงื่อนไขต่อไปนี้ 1. การใช้กำลังกลั่นแกล้ง

Thai dessert

ขนมไทยขนมไทย

ขนมไทย ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับขนมไทย ขนมไทย หัตถกรรมความอร่อยที่คนไทยนั้นแสดงออกภึงรสชาติความเป้นไทย ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ก่อกำเนิดภูมิปัญญาไทยหลากหลายอย่างให้สืบสานต่อทั้งวิถีชีวิตประเพณี วัฒนธรรม ทางคนไทยบงบอกความเป็นวัฒนธรรมด้วยขนมที่มีความแตกต่าง ที่สามารถนำของคาวมาเป็นของหวานที่สามารถทำเป็นขนมหลากหลายรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร จัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าคนไทยมีลักษณะนิสัยอย่างไร เพราะขนมแต่ละชนิดล้วน มีเสน่ห์อย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน ประณีต วิจิตรบรรจงในรูปลักษณ์ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ วิธีการทำที่กลมกลืน ความพิถีพิถัน สีที่ให้ความสวยงาม มีกลิ่นหอม รสชาติของขนมและมีความละเอียดในที่ขั้นตอนการทำ แสดงให้เห็นว่าคนไทยเป็นคนใจเย็น รักสงบ มีฝีมือเชิงศิลปะ วิธีของคนไทยนั้น คนส่วนมากจะทำงานเกี่ยวกับเกษตกรเป็นส่วนมาก เช่น กล้วย อ้อย มะม่วง รวมไปถึงข้าวเจ้า

ราศีสิงห์ – ราศีพิจิก จะดวงดีแค่ไหนในครึ่งเดือนแรกมกราคม 2564ราศีสิงห์ – ราศีพิจิก จะดวงดีแค่ไหนในครึ่งเดือนแรกมกราคม 2564

       สำหรับการเริ่มต้นปีใหม่หลายๆคนอาจจะไปทำบุญเสริมดวงกัน เพื่อเพิ่มความโชคดี เผื่อจะมีโชคลาภเพิ่มมากขึ้นให้กับตัวเอง แต่สำหรับคนอยากเช็คดวงตัวเองก่อนว่ามีความโชคดีขนาดไหน ควรเสี่ยงโชคหรือไม่ วันนี้ก็มีบทความของ ราศีสิงห์ – ราศีพิจิก จะดวงดีแค่ไหนในครึ่งเดือนแรกมกราคม 2564 สำหรับคนที่เกิดราศีสิงห์ – ราศีพิจิก นั้น สามารถเข้ามาเช็คดวงกันได้เลย ว่าคุณนั้นจะต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษหรือจะโชคดีในการเสี่ยงโชคจนกลายเป็นเศรษฐี 1.ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม ถึง 16 กันยายน) การเงิน : การคลาดเคลื่อนเลื่อนลอย ไม่ตรงกับที่รับปากรับคำ หรือคาดหวังจะพึ่งพาผู้ใหญ่ ผู้มีกำลังทรัพย์ ก็ได้รับคำบ่ายเบี่ยง