การนอนหลับ สามารถทำให้พุงยุบได้


ใครจะรู้ว่า การนอนหลับ สามารถทำให้พุงยุบได้ เพราะหลักสำคัญของการปฏิบัติตัวก็คือ การไม่ต้องทำอะไรเลย เพื่อไปทำให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของลำไส้เปิดสวิตช์ลง โดยการไม่ทำอะไรเลยนี่แหละ จะเป็นการทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น ในระหว่างที่เรากำลังหลับอยู่นั่นเอง

หากทานน้อยก็แล้ว ไม่กินอะไรก็แล้ว แต่ยังรู้สึกว่าพุงป่อง ท้องไม่ยุบ นอาจเป็นเพราะระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีในช่วงเวลากลางคืน โดยวิธีที่ทำให้พุงยุบได้ คือ การนอนหลับนั่นเอง แต่ต้องนอนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย เพราะนั่นจะช่วยส่งผลระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มที่ และไม่เกิดโรคอ้วนตามมา

นอนหลับแบบไม่อ้วน
1. ควรอยู่เฉยๆ ก่อนนอน 30 นาที
ก่อนเข้านอน เราไม่ควรดูโทรทัศน์ เล่นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์เลย เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด ความกดดัน และตื่นตัวขึ้นมากะทันหัน ทั้งนี้หากหลับไปในสภาวะนี้ จะส่งผลต่อระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แล้วระบบย่อยอาหารจะทำงานได้เฉื่อยลง การอยู่เฉยๆ เพื่อทำให้จิตใจผ่อนคลาย จึงช่วยทำให้เราไม่อ้วนได้

2. แช่น้ำอุ่นที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียล 15 นาที
เมื่อเลือดไหลเวียนดีแล้ว เราจะผ่อนคลาย ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อน ทำให้หลับสนิท ระหว่างที่หลับลำไส้จะทำงานเต็มที่ แต่อย่าเผลอไปแช่น้ำที่น้ำร้อนจัดๆ นะ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายตื่นตัว แถมผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปด้วย

3. นอนหลับก่อนเที่ยงคืน
เวลาทองของลำไส้คือ เวลา 24:00 น. เพราะเป็นเวลาที่ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานดีสุด คือเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นเราจึงควรนอนหลับให้สนิทก่อนเที่ยงคืน เพื่อให้ลำไส้ทำงานเต็มที่ สำหรับคนที่ชอบทำโน่นทำนี่จนดึกดื่น แล้วนอนดึกมากๆ อาจต้องปรับพฤติกรรมมาตื่นนอนตอนเช้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้เข้านอนเร็วๆ ในวันรุ่งขึ้นแทน

4. กำหนดลมหายใจเข้าออก 4 : 8 วินาที
ผ่อนคลายด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออกแบบ 4 : 8 วินาที ด้วยหายใจเข้าทางจมูกให้นับ 1-4 แล้วหายใจออกทางปาก ให้นับ 1-8 หลักคือควรปล่อยลมหายใจออกอย่างช้าๆ และยาวๆ ทำวิธีนี้ซ้ำ 10 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อทางเดินอาหารหด และยืดตัวได้ดีขึ้นด้วย

สำหรับบทความ การนอนหลับ สามารถทำให้พุงยุบได้ ที่เรานำมานั้น หวังว่าจะช่วยให้สาวๆคลายกังวลเรื่องพุงป่อง หรือน้ำหนักไปได้บ้าง

Related Post

5 วิธีการเล่นกับปลากัด5 วิธีการเล่นกับปลากัด

ปลากัดหรือปลานักสู้สยามคือปลาสีสวย มีความอยากรู้อยากเห็นและเป็นปลาสังคมที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะปลากัดสามารถอยู่ในพื้นที่ๆ เล็กและจำกัดได้ เช่น ตามลุ่มนาและแหล่งน้ำตามธรรมชาติเล็กๆ พวกมันจึงถูกเพาะพันธุ์ให้สามารถอาศัยตามลำพังในตู้ปลาหรือโหลแก้ว ถึงแม้พวกมันจะสามารถอยู่ในที่เล็กๆ ได้และตัวผู้ต้องถูกจับแยกให้อยู่ลำพังเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้แต่ปลากัดก็อาจจะรู้สึกเบื่อและเหงาหากไม่มีสิ่งใดมากระตุ้น หากคุณเลี้ยงปลากัดคุณก็สามารถเอาใจใส่มันโดยการเรียนรู้วิธีเล่นและฝึกพวกมันได้ 1. ลากนิ้วไปมาในตู้ปลากัด ดูว่าปลาจะว่ายน้ำตามนิ้วของคุณหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ปลาจะว่ายน้ำตามนิ้วของคุณหากมันรู้ว่าคุณเป็นคนที่เอาใจเก่ง ลองให้ปลาว่ายน้ำตามรูปแบบการลากของนิ้วหลายๆ แบบ คุณทำให้มันพลิกตัวได้มั้ย 2. ฝึกให้ปลากัดกินอาหารจากมือของคุณ เมื่อคุณให้อาหารปลาก็ให้ปลาขึ้นมาดูว่าคุณจะให้อะไรกับมัน เมื่อปลาคุ้นเคยกับการที่คุณให้อาหารมันใกล้ๆ แล้วก็ลองยกมือขึ้นเหนือผิวน้ำเล็กน้อยในขณะที่ปลามาตอดอาหาร คุณสามารถค่อยๆ หย่อนมือลงในน้ำตื้นๆ และจับเหยื่อไว้ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ลองให้อาหารที่ปลาของคุณชอบในขณะที่กำลังฝึกมัน ปลากัดอาจจะกระโดดขึ้นมาหากคุณถือหนอนแดงหรือแมลงไว้เหนือน้ำเพียงเล็กน้อย 3. ฝึกให้ปลากัดว่ายน้ำและอาจจะกระโดดลอดห่วง ทำห่วงจากที่ทำความสะอาดท่อยาสูบหรือพลาสติก

Facebook มีประโยชน์ หากใช้ให้ถูกวิธีFacebook มีประโยชน์ หากใช้ให้ถูกวิธี

     สำหรับ Facebook นั้นกลายเป็นหน้าเว็บหลักของใครหลายๆ คนที่รักการท่องเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยจุดเด่นของสังคมออนไลน์ ที่เชื่อมโยงสายใยของคนอีกหน้าจอ ทั้งที่รู้จักกันดี เคยรู้จัก หรือไม่รู้จักกันมาก่อน ให้สนิทสนมกลมเกลียวกันได้ โดยไม่ต้องเห็นหน้า หรือพบเจอกัน หลายๆ คนที่ใช้สมาร์ทโฟนอาจจะอัพเดตหน้าของ Facebook แทบจะตลอดเวลา เพื่อดูว่าเพื่อนของเรานั้น ทำอะไร ที่ไหน และเป็นอย่างไรบ้าง      ด้วยลักษณะของการเป็นสังคมออนไลน์ ทำให้ Facebook เป็นสื่อกลางในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการพบเจอเพื่อนสนิทที่หายไปนาน ได้แลกเปลี่ยน

ความเชื่อเรื่องปีชงของคนญี่ปุ่นความเชื่อเรื่องปีชงของคนญี่ปุ่น

เรื่องโชคลางและความเชื่อนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่แต่ละคนอาจคิดเห็นแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหนต่างก็ต้องมีความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้อยู่เหมือนกัน อย่างชาวญี่ปุ่นนั้น ถึงแม้จะมีภาพลักษณ์ว่าเป็นประเทศที่ไม่ได้นับถือศาสนาไหนเป็นหลัก แต่ชาวญี่ปุ่นก็มีความเชื่อเรื่องโชคลางอยู่ไม่น้อยเลย เราจึงจะพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องปีชงของชาวญี่ปุ่นกันว่าเขามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร และมีวิธีการแก้เคล็ดที่แปลกแตกต่างจากความเชื่อของคนไทยหรือไม่ ปีชง หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ยาคุโดชิ” (厄年) หรือบางคนจะมองว่าปีเบญจเพสก็ได้ แต่แค่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วปียาคุโดชิจะไม่ได้มีเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิต ความเชื่อเรื่องปีชงของคนญี่ปุ่นนั้น ว่ากันว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยเฮอัน ซึ่งอยู่ระหว่างปีค.ศ. 794-1185 โดยไม่ได้มีหลักฐานทางวิชาการมายืนยันอย่างแน่ชัด แต่ว่ากันว่าความเชื่อเรื่องปีชงนี้เริ่มหยั่งรากลึกกลายเป็นธรรมเนียมในหลายพื้นที่ในสมัยนี้เป็นต้นมา ถึงแม้ความเชื่อเรื่องปีชงในแต่ละท้องถิ่นของญี่ปุ่นจะแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีคำนวณตามการนับอายุแบบโบราณ โดยจะนับว่าปีที่เกิดถือเป็นปีที่มีอายุ 1 ขวบ และหลังจากนั้นอายุก็จะเพิ่มขึ้นอีก 1 ปีเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ในทุก ๆ ครั้ง ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่ากันว่า