ช่วงเทศกาลแห่งความรักอาจไม่ได้เป็นวันดี ๆ สำหรับทุกคนบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะคนที่ถูก บอกเลิกในช่วงวาเลนไทน์ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์เวียนกลับมาในทุกปี

ที่สำคัญ วาเลนไทน์ มักถูกเลือกให้เป็นช่วงเวลาแห่งการ “ตัดความสัมพันธ์” ของคู่รักจำนวนมากเสียด้วย เรียกว่าตีคู่กันมากับเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งมอบความสุขให้แก่กันในช่วงท้ายปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าการตั้งสถานะหรือ Status ในเฟซบุ๊กว่า “อกหัก” จะมีมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ทั้งสัปดาห์ก่อนหน้าและหลังจากหมดวันวาเลนไทน์ไปแล้ว

ทั้งที่มีวันให้เลือกมากมาย แต่ทำไมคนที่ตัดสินใจบอกเลิกคู่รักถึงต้องเลือกช่วงเวลานี้ในการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และนี่คือเหตุผลที่จะทำให้เราได้กระจ่างขึ้นว่าเพราะอะไร

1. อดเปรียบเทียบคู่อื่นในโลกออนไลน์ไม่ได้
เมื่อโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้แชร์ความสุขของตัวเองให้โลกรู้ บรรดาคู่รักที่ชอบสวีทออกสื่อ ก็มักจะโพสต์กิจกรรมของตนเองกับคนรักให้เพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์ได้รับรู้ ไม่ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน หรือได้รับของขวัญในโอกาสพิเศษจากคนรัก

การที่ได้เห็นคู่รักคู่อื่นโชว์หวานต่อกัน ในขณะที่คู่ของตัวเองไม่มีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง จึงอดเกิดการเปรียบเทียบไม่ได้ ซึ่งผลการศึกษาโดยนักจิตวิทยาที่เผยแพร่ในวารสาร Computers in Human Behavior พบว่าคู่ที่เปรียบเทียบชีวิตและความสัมพันธ์ของตัวเองกับเพื่อนในโลกออนไลน์ มักจะมีอารมณ์หดหู่ ไม่พอใจคู่ของตัวเอง และอยากให้คนรักทำให้ได้เหมือนคู่อื่น ๆ บ้าง เมื่อเกิดความคาดหวังในสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกกดดันและไม่พอใจ สุดท้ายจึงนำไปสู่การเลิกราในที่สุด

2. กดดันจากความคาดหวังของตนเอง
เมื่อช่วงเทศกาลวาเลนไทน์มาถึง คนที่มีคู่รักมักคาดหวังจากคนรักว่าจะต้องให้ของขวัญสุดพิเศษและคู่ควรแก่ความรักที่มีให้กัน ซึ่งหลายคนก็คาดหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ หรืออย่างน้อยอีกฝ่ายก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจคนรักที่มากกว่าวันอื่น ๆ

เมื่อคาดหวังเอาไว้มากแต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่วาดฝันไว้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากเท่ากับตนเอง หรืออาจลืมไปว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก จึงเกิดความน้อยอกน้อยใจที่คนรักไม่เห็นคุณค่า ทำให้อาจเกิดอารมณ์หุนหันพลันแล่นจนตัดสินใจบอกเลิกออกไป

3. ความสัมพันธ์เข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว
การที่ความสัมพันธ์ของคนสองคนเข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว จึงมีสิทธิ์ที่จะแตกหักกันง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งวันวาเลนไทน์เป็นโอกาสอันดีของทั้งสองฝ่ายที่จะได้ขอคืนดีหรือปรับความเข้าใจกัน แต่ถ้าวันนั้นกลับไม่มีของขวัญใด ๆ ไม่มีคำพูดหรือท่าทางใด ๆ ที่แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ต่อกัน วันนั้นก็อาจจะกลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้ความรักต้องขาดสะบั้นลง

จากผลการศึกษาของดร. John Gottman นักจิตวิทยาและนักวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน พบว่าการที่คนรักไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายคิดหรือต้องการ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดได้ และหากปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะกลายเป็นปมในใจที่อาจนำไปสู่การมีปากเสียงและเรื่องราวดราม่ารุนแรงได้