ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ถึงปัญหาจาก COVID-19 ที่เข้ามาเกี่ยวพันธ์ในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งมันยังไปทำให้เราเห็นถึงภาพความชัดเจนของความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การศึกษา สาธารณสุข และรวมไปถึงด้านแรงงาน อย่างไรก็ดีก่อนที่จะมีการเข้ามาของ COVID-19 สังคมไทยก่อนหน้านี้ก็มีความเหลื่อมล้ำที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเนิ่นนาน เพียงแต่ว่าการเข้ามาของ COVID-19 ทำให้ใครหลายคนเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

      ในเรื่องของสาธารณสุข ภาวะการระบาดครั้งนี้เปิดเผยให้เราเห็นว่าความปลอดภัยของเราขึ้นอยู่กับคนที่จนที่สุดในสังคมเราข้อเท็จจริงนี้เป็นจริงมาโดยตลอดแต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เราเห็นอย่างไร้ข้อกังขาในขณะที่เหล่าเศรษฐีสามารถปกป้องตนเองได้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคในหมู่คนยากไร้และถูกกีดกันคือภัยที่ร้ายแรงที่สุด เราจะเห็นได้ว่า ความเหลื่อมล้ำนั้นเกิดขึ้นทันทีที่รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์และปิดกิจการบางประเภทชั่วคราวโดยให้มีการทำงานจากที่บ้าน เนื่องจากพนักงานบริษัทบางแห่งสามารถทำงานจากที่บ้านได้ทันที โดยที่ยังมีประกันสุขภาพและการลาพักร้อนโดยยังได้รับค่าตอบแทนอยู่  ในขณะที่พนักงานที่อยู่แนวหน้าเช่นพนักงานเซเว่น หรือไม่ว่าจะเป็น ชาวบ้านที่รับจ้างทั่วไป ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถทำได้ ซึ่งถ้าคนกลุ่มนี้หยุดงาน เพื่อป้องกันตนเองจากโรคระบาด จะไม่มีรายได้ ไม่มีอาหาร ซึ่งคนกลุ่มนี้จะต้องเลือกเอาว่าจะห่วงสุขภาพหรือปากท้องมากกว่ากัน

      ในเรื่องของการศึกษา ในชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเลยว่าเทคโนโลยีดิจิตอลได้เข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิตเป็นจำนวนมาก เเล้วยิ่งในช่วง COVID- 19 ก็ยิ่งต้องเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ทำให้นักเรียนนักศึกษาต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ตมากขึ้น ในการศึกษาระยะไกลเเละติดตามข่าวสาร ตามประกาศที่รัฐบาลสั่งปิดสถานศึกษาทั่วประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ แต่ทุกคนสามารถเรียนออนไลน์ได้จริงเหรอ?

      ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงไปกับความเหลื่อมล้ำด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ความไม่ทั่วถึงของการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน อย่างระบบไฟฟ้าและโทรศัพท์ ทั้งยังเกี่ยวพันถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่นำไปสู่ข้อจำกัดของทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพราะประชากรที่มีรายได้น้อย ก็จะไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือหากมีคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง ก็อาจมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับค่าบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต่างจากผู้ที่มีรายได้มาก ซึ่งสามารถจัดหาคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตให้กับตนเองในปัจจุบันการใช้สื่อออนไลน์ ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายเป็นจำนวนมากทั้ง การศึกษาหรือการทำงานระยะไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่าง google meet หรือ Zoomโดยมีปัญหาหลักๆของการศึกษาระยะไกลมักเป็นเรื่องของคุณภาพของอินเตอเน็ตที่ไม่พร้อม ไม่มีความเสถียร ความสามารถในการซื้ออินเตอร์เน็ตพร้อมทั้งขาดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะศึกษาระยะไกลได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างโน๊ตบุคพกพาหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีคุณภาพ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเรียนอย่างภาพกระตุก เสียงไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งยังอินเตอเน็ตที่ทุกคนไม่ได้มีทุนทางสังคมเท่ากันทำให้ขาดความสามารถในการเข้าถึง

      ในเรื่องของแรงงาน ความเลื่อมล้ำของแรงงานนะครับ มีมาก่อนการแพร่ระบาดโควิดซะอีก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคนรวยคนจน ปัญหาการเข้าถึงถึงทรัพยากร ปัญหาอื่นที่มากมายในสังคมไทย โดยโควิด ทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นของความเหลื่อมลเทางด้านแรงงานที่เราจะเห็นได้ถึง ชนชั้นรากหญ้า ประชาชนหาเช้ากินค่ำ ที่ต้องออกไปทำงานที่เสี่ยงต่อโรคระบาดเนื่องจากพวกเขานั้นไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการกักตัวในเวลาหลายเดือนเพื่อป้องกันโรคระบาด ซึ่งแตกต่างกับอาชีพราชการ ที่มีงานที่แน่นอนมีสวัสดิการที่ดี ง่ายต่อการปรับตัวการทำงานในช่วงเวลาโรคระบาดเนื่องจากมีการปรับตัวการทำงานที่บ้านได้ไม่ต้องมาเสี่ยงโรคเหมือนชนชั้นรากหญ้ารวมถึงยังได้เงินเดือนเท่าเดิมอีกด้วย ซึ่งโควิด-19นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกบการและการจ้างงานอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ไม่สามารถขายของได้และเศรษฐกิจโลกหยุดชะงักจึงทให้แบกรับค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างพนักงานไม่ไหว จึงต้องลดเวลาทำงาน ปลดพนักงานออก ซึ่งในส่วนที่ถูกปลดออกนั้น พนักงาน ไม่ได้รับสวัสดิการที่ควรจะเป็นในหลาย ๆ เรื่องจากการที่ปลดออกอย่างกะทันหัน และรัฐบาลไทยนั้นไม่ได้แทรกแซงการพยุงการจ้างงานอย่างที่ควรจะเป็นเพื่อไม่ให้มีอัตราการว่างงานของคนในประเทศเพิ่มมากขึ้นขนาดนี้ ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่ารัฐบาลนั้นเพิกเฉยต่อการพยุงการจ้างงาน การลงทุนของบริษัทต่าง ๆ และลดการจ้างงาน จึงทำให้เห็นได้เลยว่าประเทศไทยนั้นกำลังเผชิญอยู่กับภาวการณ์ว่างงาน และยังรวมไปถึงการไร้สวัสดืการของรัฐบาลที่มีต่อแรงงานอีกด้วย